กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ2
วิสัยทัศน์ "เป็นองค์กรในการส่งเสริม คุ้มครอง และสร้างหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนอย่างบูรณาการ และมีนวัตกรรมสู่ความเป็นสากล"
ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อสมาชิก รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: เจ็บฟรี!

เจ็บฟรี! 15 Jan 2013 23:55 #128

  • T_T
ผมกับแฟนไปดูคอนเสริต คาราบาว ปะทะ เสกโลโซ มาครับ ในงานมีวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันอย่างที่เป็นข่าว แฟนผมได้รับบาดเจ็บโดนลูกหลงจากเศษไม้ หัวแตกเย็บสองเข็ม แต่แน่นอนว่าไม่รรู้ว่าเป็นฝีมือของไคร แบบนี้แฟนผมจะทำอย่างไรดีต้องเจ็บตัวฟรีรึป่าว

ตอบกลับ: เจ็บฟรี! 16 Jan 2013 16:26 #129

  • E-justice
  • ออฟไลน์
  • Moderator
  • จำนวนโพสต์: 230
  • พลังน้ำใจ: 3
เรียน คุณT_T
ตามที่ท่านได้ขอรับคำปรึกษาเข้ามานั้นหากข้อเท็จจริงเป็นดังกล่าว ขอเรียนว่า ตามกฎหมายอาญา ผู้ใดเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ ได้รับอันตรายสาหัส โดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้น ต้องระวางโทษ
อันตรายสาหัสนั้นได้แก่
1.ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท
2.เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์
3.เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด
4.หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
5.แท้งลูก
6.จิตพิการอย่างติดตัว
7.ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต
8.ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน
ดังนั้น หากท่านไม่ใช่บุคคลผู้เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้นั้นและได้รับอันตรายอย่างหนึ่งอย่างใดข้างต้น ท่านเป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดในฐานชุลมุนต่อสู้ของกลุ่มบุคคลที่ก่อเหตุอันเป็นความผิดทางอาญา ท่านย่อมมีอำนาจในการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้


แต่อย่างไรก็ดี กรณีที่ท่านเพียงแต่ได้รับอันรายแก่กายไม่ถึงแก่สาหัส ซึ่งตามกฎหมายอาญาได้กำหนดไว้ว่า ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ท่านในฐานะผู้เสียหายย่อมมีอำนาจร้องทุกข์ได้เช่นเดียวกัน โดยในฐานความผิดเช่นว่านี้ เป็นข้อหาความผิดที่ต้องรู้ตัวผู้กระทำความผิดเป็นการเฉพาะว่าใครเป็นผู้กระทำโดยตรง หากท่านมีพยานที่สามารถพิสูจน์ หรือชี้ตัวผู้กระทำความผิดได้เป็นที่แน่ชัด จะเป็นประโยชน์ต่อความยุติธรรมยิ่งขึ้น


การร้องทุกข์คือการกล่าวอ้างต่อพนักงานสอบสวน ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น โดยจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้น ได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ เพื่อให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการทั้งหลายเพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริง หรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อที่จะเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ทั้งนี้ ผู้เสียหายสามารถที่จะดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ยังสถานีตำรวจที่อยู่ในเขตท้องที่ที่เกิดการกระทำอันเป็นความผิดนั้นๆได้ต่อไป


อีกทั้ง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีหน่วยงานที่คอยให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายในคดีอาญา โดยมีเงื่อนไขว่า
1.ต้องเป็นผู้ที่ถูกกระทำให้ได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิต หรือร่างกาย หรือจิตใจ เช่นถูกทำร้ายร่างกายหรือฆ่า เพื่อชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือถูกข่มขืนกระทำชำเราเป็นต้น
2.ผู้ที่ถูกกระทำต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้น หมายถึงไม่ใช่คู่กรณี คือไม่ใช่ผู้ที่ก่อให้เกิดการกระทำความผิดนั้น หรือไม่ได้เป็นผู้สมัครใจเข้าร่วมในการกระทำความผิดนั้น
3.การกระทำดังกล่าวนั้นต้องเป็นความผิดทางอาญาตามที่กำหนดไว้ในท้ายพระราชบัญญัตินี้ ดังนี้
1.1ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาตน ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ความผิดฐานกระทำอนาจารผู้อื่น ความผิดฐานเป็นธุระจัดหาล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารของผู้อื่นหรือของตนเอง ความผิดฐานค้าวัตถุลามก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 ถึงมาตรา 287
1.2ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ความผิดฐานกระทำทารุณบุคคลซึ่งต้องพึ่งตนในการดำรงชีพ หรือการอื่นใดให้ฆ่าตนเอง ความผิดฐานช่วยหรือยุยงส่งเสริมเด็กอายุไม่เกิน 16 ปีให้ฆ่าตนเอง ความผิดฐานเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ถึงมาตรา 294
1.3ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ความผิดฐานเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ความผิดฐานกระทำโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ถึงมาตรา 300
1.4ความผิดฐานทำให้แท้งลูกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 ถึงมาตรา 305 ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บ หรือคนชรา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 306 ถึงมาตรา 308


สิทธิได้รับเงินช่วยเหลือของผู้เสียหายกรณีทั่วไป (ไม่ถึงแก่ความตาย) มีดังนี้
1.ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท
2.ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท
3.ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ อัตราวันละไม่เกิน 200 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
4.ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรไม่เกิน 30,000 บาท


โดยผู้เสียหายมีสิทธิยื่นคำขอในกำหนดเวลา 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รู้ถึงการกระทำความผิด และหลักฐานที่ต้องนำมายื่นประกอบคำขอรับความช่วยเหลือมีดังนี้
1.บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรหรือหลักฐานแสดงตัวของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้พร้อมสำเนาจำนวน 1 ชุด
2.สูติบัตร หรือหนังสือรับรองการเกิดที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนาจำนวน 1ชุด กรณีที่ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์
3.ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล พร้อมสำเนาจำนวน1 ชุดกรณีมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล
4.สำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจที่ได้มีการร้องทุกข์
5.สำเนารายงานการชันสูตรบาดแผลของแพทย์
6.หนังสือความเห็นแพทย์ หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)
7.หลักฐานค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล


โดยวิธีการยื่นคำขอรับสิทธิ ผู้เสียหาย หรือทายาทผู้ได้รับความเสียหาย (กรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย) ต้องยื่นคำขอด้วยตนเอง ต่อคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนแก่ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาตามแบบที่สำนักงานกำหนด ณ สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติอาคาร ราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ


การให้คำปรึกษาดังกล่าวเป็นการให้คำปรึกษาในเบื้องต้นไม่อนุญาตให้ผู้ใดนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้ในการดำเนินคดีใดๆ หากท่านมีข้อสงสัยเรื่องปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวท่านสามารถขอรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด (สยจ.) ประจำจังหวัดของท่าน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย
หรือที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติอาคาร ราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หมายเลขโทรศัพท์ที่ปรึกษากฎหมายของประชาชนทั่วไป 0 2141 2761-63
หรือที่สายด่วนคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพหมายเลข 1111 กด 77 ทั้งนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษา
  • หน้าที่:
  • 1
ใช้เวลาในการร่างหน้านี้: 0.77 วินาที